มาแล้วคะ สำหรับทริปนี้ คราวที่แล้วเราไปเที่ยวเซิ่นเจิ้นกัน ค้างที่จะเล่าให้ฟังว่าทำไมเราว่าเข้าเมืองเซิ่นเจิ้นด้วยรถไฟจะดีกว่า เรื่องของเรื่องคือมีลูกทัวร์ที่ไปด้วยกัน โวยวายว่าทำไมไม่ให้เค้านั่งรถบัสเข้าเมืองสบาย ๆ ไกด์ที่แสนจะน่ารักของเรา ก้อเลยจัดให้ตอนขาออกจากเซิ่นเจิ้น วิธีการก้อเหมือนตอนเข้ามาคะ คือเค้าเอารถบัสมารับเราที่โรงแรม เสร็จก้อไปส่งเราที่ ตม. ด่านขาออกจากเซิ่นเจิ้น แต่ !! โอ้แม่เจ้า คนที่มารอออกจากเมือง เป็นพันได้อะคะ จากที่เข้ามาทาง ตม. รถไฟฟ้า มีแค่ร้อยคนน่าจะได้ คือที่นี่แม้แต่คนจีนที่จะเข้าฮ่องกง ก้อต้องมาที่ด่านนี้ก่อนเหมือนกันนะคะ ไม่ใช้มีเฉพาะนักท่องเที่ยว ขอนินทาหน่อยละกันคะสำหรับมารยาทของคนที่นั่น แซงได้เป็นแซงคะ เบียดได้เป็นเบียด นี่ขนาดไกด์เตือนมาแล้วว่า ให้ตัวติดกันให้มากที่สุด ห้ามมีที่ให้คนแซกได้เป็นอันขาด ตอนแรกไอ้เราก้อขำ ๆ ว่า อะไรจะขนาดน้านนน เพราะถ้าเป็นบ้านเรา ถ้าเป็นเข้าแถวอยู่ แม้จะยืนห่างจากคนข้างหน้าสักหนึ่งช่วงมือ ก้อจะรู้กันช่ายมะ ว่าเออ เค้าเข้าแถวอยู่นะ แต่ที่นี่ มันเป็นแบบนั้นจริง ๆ คะ เพราะเราเห็นมากะตา มีอาซิ้มคนนึง พยายามมากที่จะแซงทุกคนที่จะแซงได้ ใครเผลอหันไปทางอื่นเมื่อไหร่ ป้าแกจะแทรกตัวเข้าไปอยู่ตรงช่องว่างนั้นอย่างรวดเร็ว 5555 เสียดายไม่ได้ถ่ายรูป เพราะของทั้งหมด เอาไว้บนรถบัสคะ เลยไม่ได้ถ่ายบรรยากาศมาให้ดู พอพวกเราออกมาได้ ไกด์นั่งขำรอบนรถคะ สะใจเค้าเลย ทุกคนพูดเหมือนกันหมดว่า รู้งี้ออกทางรถไฟฟ้าดีก่า 5555
อะเมาท์มาเยอะแล้ว เราไปเที่ยวกันต่อดีกว่าเนอะ พอออกจากเซิ่นเจิ้นเข้าอ่องกง วันนั้นเป็นเดย์ทริปคะ ไกด์พาเราทัวเกาะฮ่องกง เริ่มกันที่ จุดชมวิวของฮ่องกงคะ
คนอ่องกงเนี่ยได้ชื่อว่าเชื่อเรื่องฮวงจุ้ยกันมาก ๆ เพราะเพื่อน ๆ สังเกตุแต่ละตึกจะมีลักษณะแปลก ๆ อยู่หลายตึกทีเดียว เช่นอย่างตึกด้านขวาจะมีปลายแหลม ๆ ตามหลักคือเพื่อเอาไว้ทิ่มแทงคู่แข่งคะ 5555 น่าเสียดายที่อากาศไม่แจ่มใสเท่าไหร่นะคะ เลยมีหมอกเยอะไปหน่อย
จุดต่อมาไปกันที่นี่คะ สถานที่ที่คนไปฮ่องกงทุกคนไม่น่าจะพลาด เจ้าแม่กวนอิมองค์นี้สวยมาก ๆ คะ
นี่คือคุณไกด์ที่แสนจะฮาคะ กำลังอธิบายถึงความศักดิ์สิทธิ์ของแทพเจ้าแต่ละองค์คะ
ส่วนปลาตัวนี้ เค้าบอกว่าถ้าโยนเหรียญแล้วเข้าปากปลาได้ละก้อ ลูกหลานจะเลี้ยงง่าย ไม่ดื้อไม่ซนคะ เราโยนเข้าคนแรกเล้ย แม่นมะละ อิอิ
บรรยากาศรอบ ๆ คะ จากนั้นไกด์พาเราไปที่ร้านที่ให้เช่า ปี่เซี่ย หรือเพ่เย้า ก้อแล้วแค่คนจะเรียกนะคะ จุดประสงค์นึงของการมาที่นี่ก้อคือการได้ปี่เซี่ยกลับไปสักคู่นึงเหมือนกัน เพราะเค้าว่าของฮ่องกงนี่แรงคะ 555 ราคาก้อไม่ใช่ถูก ๆนะ ขนาดเราได้แบบที่เป็นตัวเล็ก ๆ เพื่อเอามาห้อยติดตัว ยังราคาหลักพันเลยคะ ถ้าจำไม่ผิดราคาประมาณ สองร้อยกว่าเหรียญอะคะ คูณห้าเอาละกันนะว่าจะเท่าไหร่
หน้าทางเข้าคะ ถ่ายได้แค่นี้ คิคิ
การเดินทางในอ่องกงถ้าเป็นแหล่งท่องเที่ยวหรือช้อบปิ้ง ค่อนข้างสบายคะ เพราะมีรถไฟใต้ดินผ่านหมด
ตกช่วงบ่ายหลังจากเอาของเก็บในที่พักแล้ว ไกด์ก้อปล่อยให้พวกเราเดินช้อบกันตามสบาย ( เป็นไกด์ที่นี่สบายดีแฮะ ทำงานครึ่งวันเองงะ ) เดี่ยวเราไปดูบรรยากาศของเมืองฮ่องกงกันนะคะ
ถนนนาธานคะ ที่พักเราอยู่ติดถนนนี้พอดีเลยไปมาสะดวกคะ มีเรื่องจะเมาท์อีก 555 คนส่วนใหญ่จะรุ้จักชื่อถนนเส้นนี้ว่าถนนนาธานใช่มั้ยคะ มีอยู่ว่าเราเดินเล่นเพลินจะหาทางออกมาเส้นนี้ไม่ได้ เลยถามคนฮ่องกงที่นั่น ว่าถนนนาธานไปทางไหน เราถามเป็นภาษาอังกฤษนะ แต่เค้าก้องง ๆ ว่ามีด้วยเหรอถนนเส้นนี้ไรเงี้ย 555 ไม่ใช่เค้าฟังภาษาอังกฤษไม่ออกนะ แต่เหมือนว่าเค้าไม่รู้จักถนนเส้นนี้ จนสุดท้าย หลังจากถามย้ำไปสิบริบได้ เค้าก้ออ๋อขึ้นมา แล้วก้อบอกว่า อา เน้ตั้น โตว๋ ( งง อะดิ อะไรวะ เน้ตั้น โตว๋ ) เหมือนว่าคนที่นั่นอะคะ เค้าเรียกถนนนาธานเส้นนี้ว่า เน้ตั้น ถ้าให้เดา โตว๋ คงแปลวะถนน 5555 เราก้อเลยร้อง อ่อ ออกมาพร้อมกันสี่คน อ๋อ !! เนตั้น โห ปล่อยให้ถามซะเหนื่อยเลย ตอนแรกจะเปลี่ยนคนถามแล้วนะ แต่เหมือนพี่คนนั้นเค้าก้ออยากจะช่วยพวกเรา เราก้อเลยยังถามเค้าอยู่ ก้อต้องขอบคุณในความพยายามของพี่เค้าเหมือนกันนิ
อะ พล่ามมาเยอะละ เที่ยวต่อดีกว่า ตรงนี้เป็นถนนนาธานคะ เอ้ย เน้ตั้น คะ 5555 เอาน่า เหมือนกัน อิอิ ส่วนใหญ่ที่เราไปเดินจะเน้นเป็นแหล่งช้อบปิ้งซะส่วนใหญ่นะคะ แต่รูปอาจจะไม่เยอะ เพราะมีฝนลงปรอย ๆ เลยเก็บกล้องก่อนคะ
อะงงละสิ ว่า กลับมาเมืองไทยแล้วเหรอ ทำไมป้ายเป็นภาษาไทย ม่ายช่าย นี่ที่ฮ่องกงเหมือนเดิมแหละคะ แต่เป็นร้านที่เขียนป้ายเป็นภาษาไทย เพราะเค้าบอกว่าลูกค้าคนไทยแวะไปที่นี่เยอะมาก คนขายในร้านทุกคนพูดภาษาไทยได้หมดนะคะ ร้านนี้จะขายพวก กล้อง มือถือ อะไรประมาณนี้ละคะ
แอบถ่ายในร้านมาคะ อิอิ ประมาณนี้ ปะ เดินต่อ อยู่ที่นี่เดินร่วมสิบกิโลคะ เดินมันอย่างเดียวเลย
เดินไปเดินมา จนมาสะดุดที่นี่ เอ้ะ ๆๆๆๆ เค้ามุงอารายกันฟะ ไม่ควรพลาด ๆ ปะ เข้าไปดูซิ
แท่นแท้นนน มันคือร้านรวมของปิ้งย่างน่ากินมากเลย มีทาโกยากิด้วย ปกติไม่ชอบเลยไม่ซื้อ ซื้อแต่หมู ไก่ปิ้ง เออ อร่อยแหะ เค้าหมักหมูได้อร่อยคะ ออกเผ็ด ๆ หน่อย แตกต่างจากหมูปิ้งบ้านเรานะ มีของปิ้งเยอะมากคะ ติดที่ราคาคะ แพงไปนิดนะ อิอิ ไม้ละ 10 เหรียญ ก้อราว ๆ ห้าสิบบาทแนะ แต่ก้อนะ มันอร่อยจนลืมราคาไปเลย
อิ่มแล้วก้อเดินเล่นต่อคะ เราไปที่ สตรีทออฟเฟรม เป็นถนนเลียบชายทะเลคะ มีหุ่นนี้ละเป็นสัญลักษณ์
ฝั่งตรงข้ามเป็นฝั่งเกาลูนคะ ไม่ได้ข้ามไป
นี่เป็นท่าเรือที่จะข้ามไปฝั่งเกาลูนคะ
ขอถ่ายรูปคู่กะพี่เฉินหน่อย อิอิ ข้างในเป็นร้านขายของที่ระลึกคะ เราซื้อร่มมา ตอนนี้หายไปไหนแล้วมะรุ้ เศร้า
สังเกตุหัวนะคะ ฟูฟ่องกระจายเชียว ลมมันแรงมากคะตอนที่ไป เพื่อน ๆ คิดดูนะ อากาศประมาณสิบองศา บวกกับลมทะเลแรง ๆ มันหนาวขนาดไหน เสื้อยังใส่คลุมซะมิดขนาดนี้อะ
ตอนกลางคืนคะ เสียดายอีกเช่นกันว่าฝนมันตก ( จะตกไปถึงไหนฟระเนี่ย ) เราเลยถ่ายมาได้แค่นี้อะ
พอชมวิวเป็นที่หนำใจ เราก้อไปเดินต่อ เห็นมะละ ว่าเดินจริง ๆ 5555
ให้เห็นแต่ชื่อถนนละกันคะ เพราะเวลานั้นมันก้อเริ่มล้ามากมาย มือที่จะยกกล้องขึ้นมาถ่ายรูปก้อเริ่มจะหมดแรง
ถนนเส้นนี้ เป็นถนนที่รวมแหล่งช้อบของแบรนเนมเลยคะ ถ้าใครมีเป้าหมายที่กระเป๋า รองเท้าอะไรละก้อ ที่นี่เลย เห็นชื่อถนนปุ้บ เลี้ยวเข้าไปได้ปั้บ หาไม่ยากคะ ถ้าเอาง่าย ๆ ถ้านั่งรถไปมา ก้อขึ้นสถานนี้มองก็อก ก้อถึงเลยคะ
เล่าไปเล่ามา ยาวเหมือนกันนะเนี่ย เอ็นทรี่นี้ อาจจะไม่มีรูปเยอะนะคะ ออกจะเล่ายาวไปหน่อยอะ แต่เอ้น ฯ หน้าเราจะเอาภาพมาให้ดูกันแบบเต็ม ๆ เลยนะจ้ะ หากบางคนสงสัยขากลับเดินกลับเหรอ 555 ไม่ !!! ไม่เดินนะ ขอนั่งรถไฟใต้ดินดีกว่า เพิ่งเข้าใจก้อวันนี้ว่า เดินจนขาลาก เป็นอย่างไร 555
สัญญาคะว่าเอ็นทรี่หน้าจะเอารูปมาให้ดูกันอีกแบบเต็มอิ่มเลยทีเดียว ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาชมนะคะ
บายยยยยย